ในปัจจุบัน การเลือกฟิล์มกรองแสงเพื่อลดความร้อนในบ้านหรืออาคารมีตัวเลือกมากมายในตลาด แต่คำถามที่หลายคนอาจไม่เคยคิดคือ “ฟิล์มที่เลือกใช้นั้นมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่?” การพิจารณาประสิทธิภาพของฟิล์มติดกระจกไม่ควรอิงจากตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุไว้เพียงอย่างเดียว แต่ควรอ้างอิงจากมาตรฐานสากล เช่น ISO 9050 เพื่อให้มั่นใจว่าฟิล์มนั้นลดความร้อนได้จริงและผ่านการทดสอบที่เชื่อถือได้
ISO 9050 คืออะไร?
ISO 9050 เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดวิธีการทดสอบคุณสมบัติการส่งผ่านพลังงานแสงและความร้อนของกระจกและฟิล์มติดกระจก มาตรฐานนี้ได้รับการยอมรับในระดับโลก และเป็นมาตรฐานสำคัญที่ใช้ประเมินค่าต่าง ๆ เช่น
• SHGC (Solar Heat Gain Coefficient): ค่าสัมประสิทธิ์การรับความร้อนจากแสงอาทิตย์
• Visible Light Transmission (VLT): ค่าส่งผ่านของแสงสว่างที่มองเห็น
• UV Rejection: ค่าป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต
ISO 9050 เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับฟิล์มกรองแสง ไม่เหมือนกับมาตรฐาน ISO อื่น ๆ เช่น ISO 9001 ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการคุณภาพ หรือ ISO 14001 ซึ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การอ้างอิงผลการทดสอบ ISO 9050 จึงเป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสมและเชื่อถือได้สำหรับฟิล์มกรองแสง
ISO 9050 เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก เช่น
- สหรัฐอเมริกา: ใช้ร่วมกับมาตรฐาน ANSI และ ASTM ในการประเมินประสิทธิภาพของฟิล์มติดกระจก
- สหภาพยุโรป: ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาประสิทธิภาพของฟิล์มในอาคารเพื่อลดการใช้พลังงาน
- ออสเตรเลีย: อ้างอิง ISO 9050 เพื่อกำหนดเกณฑ์การประหยัดพลังงานในอาคาร
- ประเทศไทย: กระทรวงพลังงานกำหนดให้ฟิล์มกรองแสงที่ผ่านการทดสอบตาม ISO 9050 และมีค่า SHGC ต่ำกว่า 0.45 ได้รับ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5”
ทำไมต้องอ้างอิง ISO 9050?
- ความน่าเชื่อถือ:
ผลการทดสอบ ISO 9050 มาจากกระบวนการที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยใช้เกณฑ์การวัดที่เป็นสากลและสามารถเปรียบเทียบได้ - ลดความเสี่ยงจากตัวเลขที่ไม่ตรงความจริง :
หากฟิล์มไม่ได้ผ่านการทดสอบ ISO 9050 ตัวเลขที่ระบุบนโบรชัวร์ เช่น ค่า SHGC หรือ UV Rejection อาจไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงของฟิล์ม ผู้บริโภคจึงอาจไม่ได้รับฟิล์มที่ลดความร้อนได้อย่างที่โฆษณา - ประหยัดพลังงานจริง : การอ้างอิง ISO 9050 ช่วยให้มั่นใจว่าฟิล์มกรองแสงสามารถลดความร้อนและช่วยประหยัดพลังงานในอาคารได้จริง
ถ้าไม่ใช้อ้างอิง ISO 9050 จะเป็นอย่างไร?
• ตัวเลขประสิทธิภาพอาจเป็นเพียงการประมาณการหรือคาดเดา ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพจริง
• ฟิล์มอาจไม่ลดความร้อนหรือป้องกันรังสี UV ได้ตามที่ระบุ ส่งผลให้บ้านหรืออาคารยังคงร้อนและเครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น
• ผู้บริโภคอาจเสียเงินกับฟิล์มที่ไม่มีคุณภาพ และต้องเปลี่ยนใหม่ในเวลาอันสั้น
ISO 9050 และฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
ในประเทศไทย กระทรวงพลังงานได้กำหนดเกณฑ์สำหรับฟิล์มกรองแสงที่ได้รับ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” โดยฟิล์มต้องมีค่า SHGC ไม่เกิน 0.45 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ISO 9050 การเลือกฟิล์มที่ได้รับฉลากเบอร์ 5 ไม่เพียงช่วยลดความร้อน แต่ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า และยืนยันว่าฟิล์มมีประสิทธิภาพจริง
ISO 9050 เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพฟิล์มกรองแสงอย่างโปร่งใสและเชื่อถือได้ การเลือกฟิล์มที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าค่า SHGC, VLT และ UV Rejection ที่ระบุบนฟิล์มนั้นเป็นจริง และสามารถลดความร้อน ปกป้องสุขภาพ และประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคจึงควรตรวจสอบว่าฟิล์มที่เลือกมีผลการทดสอบตามมาตรฐาน ISO 9050 หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้งานในระยะยาว และได้รับฟิล์มที่คุ้มค่ากับการลงทุน


